7 จุดชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกริมทะเล ที่คู่รักไม่ควรพลาด

จุดชมพระอาทิตย์ตกริมทะเล

ไม่มีอะไรจะโรแมนติกไปกว่าการได้นั่งเคียงข้างคนรัก ชมดวงอาทิตย์ดวงกลมโตค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า พร้อมแต้มสีส้ม สีทอง และสีชมพูอ่อนโยนลงบนผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ ประเทศไทยของเรานั้นมีชายฝั่งทะเลที่งดงามและหลากหลาย ทำให้มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามและแสนโรแมนติกซ่อนอยู่มากมาย วันนี้เราได้รวบรวม 7 จุดชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลที่จะทำให้คุณและคนรักได้สัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษที่น่าจดจำไว้ด้วยกัน

1. แหลมพรหมเทพ, ภูเก็ต: จุดหมายปลายทางในตำนาน

คงไม่สามารถพูดถึงจุดชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลโดยไม่กล่าวถึง แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ตได้เลย ที่นี่คือจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยลักษณะแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลอันดามัน ทำให้คุณสามารถมองเห็นท้องทะเลได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยามเย็น แสงสุดท้ายของวันจะสาดส่องลงบนยอดต้นตาลและกระทบผืนน้ำเกิดเป็นประกายสีทองอร่ามงดงามตระการตา เป็นภาพที่คู่รักทุกคนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

2. จุดชมวิวเนินนางพญา, จันทบุรี: วิวถนนเลียบทะเลสุดอลังการ

สำหรับคู่รักที่ชอบการขับรถชมวิวสวยๆ ต้องไม่พลาด จุดชมวิวเนินนางพญา จังหวัดจันทบุรี ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นจุดถ่ายภาพถนนเลียบชายฝั่งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยามเย็นเมื่อดวงอาทิตย์ลดระดับลง แสงสีทองจะฉาบทาไปบนท้องฟ้าและผืนทะเลเบื้องล่าง ตัดกับแนวเขียวขจีของป่าและโค้งถนนที่ทอดยาว สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกอย่างลงตัว

3. เกาะหลีเป๊ะ (หาด Sunset), สตูล: สวรรค์แห่งแสงสุดท้าย

เกาะหลีเป๊ะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทย มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม และแน่นอนว่ามีจุดชมอาทิตย์ตกที่สมชื่อ นั่นคือ หาด Sunset (หาดประมง) ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตกของเกาะ ที่นี่มอบทัศนียภาพของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ จมลงสู่ผืนน้ำของทะเลอันดามัน พร้อมฉากหลังเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยที่เรียงราย เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้นั่งดื่มด่ำความเงียบสงบและความงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง

4. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า, ระยอง: สะพานไม้ทอดยาวสู่แสงตะวัน

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เป็นอีกหนึ่งจุดที่เข้าถึงง่ายและโรแมนติกมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือ สะพานไม้สีขาวที่ทอดยาวออกไปในทะเล ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในการชมพระอาทิตย์ตกดิน การได้เดินจูงมือกันบนสะพานไม้ สัมผัสลมทะเลเย็นๆ และเฝ้ามองดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปกับเสียงคลื่นเบาๆ จะเป็นความทรงจำที่ตราตรึงใจไม่รู้ลืม

5. หาดคลองพร้าว, เกาะช้าง, ตราด: แสงอัสดงเหนือท้องทะเลสีคราม

หาดคลองพร้าว บนเกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ที่นี่มีร้านอาหารและรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมหาดหลายแห่ง ให้คุณสามารถนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ หรือทานอาหารค่ำสุดหรู พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ทาบท้องฟ้าเป็นสีทองเหลืองอร่ามเหนือผืนน้ำได้อย่างไม่รู้เบื่อ

6. อ่าวถ้ำพระนาง, กระบี่: มนต์เสน่ห์แห่งหินปูนและท้องทะเล

อ่าวถ้ำพระนาง จังหวัดกระบี่ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ยามพระอาทิตย์ตก แสงสีแดงส้มจะสาดส่องกระทบกับหินปูนเหล่านี้ เกิดเป็นภาพเงาที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คุณสามารถนั่งชมวิวจากหาดทรายขาวละเอียด หรือพายเรือคายัคออกไปรอชมกลางน้ำเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

7. ประภาคารเขาหลัก (หาดนางทอง), พังงา: แสงสีทองคู่กับสัญลักษณ์แห่งความหวัง

ที่ หาดนางทอง ในเขาหลัก จังหวัดพังงา มี ประภาคารเก่า ตั้งตระหง่านอยู่ริมหาดทราย ซึ่งกลายเป็นฉากหน้าอันงดงามสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองที่ส่องลงมากระทบตัวประภาคารและผืนทรายสีเข้ม (บางส่วนเป็นหาดทรายดำ) สร้างภาพที่ดูมีมิติและแฝงไปด้วยความหมายของความรักและความหวัง เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับคู่รักสายถ่ายภาพ


การได้ใช้เวลาร่วมกันในสถานที่ที่งดงามเหล่านี้ จะช่วยเติมเต็มความหวานและความโรแมนติกให้กับความสัมพันธ์ได้อย่างแน่นอน เตรียมกล้องให้พร้อมเพื่อบันทึกภาพความประทับใจ และที่สำคัญที่สุดคือเตรียมใจให้พร้อมเพื่อซึมซับช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้กับคนที่คุณรัก แล้วทริปทะเลของคุณจะกลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นตลอดไป